
ศ.ดร.พรายพล คุ้มทรัพย์ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนักวิชาการอิสระด้านพลังงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางล่าสุดว่า สถานการณ์เลวร้ายลงอย่างมาก โดยเฉพาะการโจมตีเรือขนส่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย 2 ลำโดยกลุ่มฮูตี และการที่สหรัฐอเมริกาสั่งโจมตีอิหร่านรอบใหม่ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่พุ่งสูงขึ้นเกินกว่า 95 เหรียญต่อบาร์เรลในขณะนี้
ทั้งนี้ จุดที่น่ากังวลที่สุดคือการโจมตีในบริเวณช่องแคบบับอัลมันดับ (Bab el-Mandeb) ในทะเลแดง ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญในการส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียผ่านท่าเรือยันบู โดยปกติจะมีปริมาณการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบดังกล่าวนี้สูงถึง 4-5 ล้านบาร์เรลต่อวัน การที่ซาอุฯ พยายามเลี่ยงเส้นทางช่องแคบฮอร์มุซมาใช้เส้นทางทะเลแดงแต่ยังถูกโจมตี ยิ่งทำให้สถานการณ์การขาดแคลนน้ำมันรุนแรงขึ้น
หากกลุ่มฮูตียังคงโจมตีหนักขึ้น โดยเฉพาะหากลามไปถึงโครงสร้างพื้นฐาน แหล่งผลิต หรือท่อน้ำมันในซาอุดีอาระเบีย จะเป็นปัญหาใหญ่มาก ซึ่งบรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานต่างก็คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันจะพุ่งถึง 100 เหรียญต่อบาร์เรลแน่นอน
นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงที่สงครามจะขยายวงกว้าง (Escalation) จากการตอบโต้ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งอาจลุกลามไปถึงการโจมตีโรงไฟฟ้าและแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น คูเวต โอมาน กาตาร์ และจอร์แดน ซึ่งจะส่งผลกระทบไม่ใช่แค่การขนส่ง แต่จะกระทบไปถึงความมั่นคงทางพลังงานและการผลิตในระดับภูมิภาค รวมถึงชีวิตผู้คนในวงกว้าง
กองทุนน้ำมันฯเสี่ยงติดลบแสนล้าน
สำหรับผลกระทบต่อประเทศไทยนั้น ราคาน้ำมันตลาดโลกที่แพงขึ้น หนีไม่พ้นที่จะส่งผลกระทบต่อฐานะการเงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งปัจจุบันติดลบอยู่กว่า 60,000 ล้านบาท หากรัฐบาลยังคงใช้วิธีการอุ้มราคาทั้งหมดแบบเดิม มีความเสี่ยงสูงที่ภาระหนี้ของกองทุนน้ำมันจะกลับไปแตะระดับแสนล้านบาท เหมือนในช่วงที่ผ่านมา
"ไทยคงหนีไม่พ้นน้ำมันแพง และใช้กลไกของกองทุนน้ำมันฯ มาแบกรับ แต่จะทำอย่างไรให้ผ่อนหนักเป็นเบา เครื่องมือเดิมในระยะสั้นอาจต้องนำมาใช้ และต้องระวังการใช้เงินกู้ 2 แสนล้านบาท ให้มีประสิทธิภาพในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน"
สำหรับข้อเสนอแนะแนวทางรับมือต่อรัฐบาลและประชาชน 3 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย
- มาตรการประหยัดพลังงาน สำหรับประชาชนจะต้องตระหนักถึงการใช้น้ำมันรวมถึงไฟฟ้าอย่างประหยัด เพราะไทยต้องนำเข้าเป็นส่วนใหญ่
- การปรับมาตรการอุดหนุน เสนอให้ภาครัฐพิจารณาการช่วยเหลือแบบเฉพาะจุด หรือช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางแทนการอุดหนุนราคาทั้งหมด เพื่อลดภาระงบประมาณ
- ความมั่นคงระยะยาว เร่งการสำรวจและผลิตพลังงานในประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ทางทะเลอันดามันที่ควรเร่งดำเนินการประมูลสัมปทาน แม้จะต้องใช้เวลาในการพัฒนาก็ตาม